ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ โดย คุณดังตฤณ
ที่มา http://howfarbooks.com/
จากนิตยสาร- ขวัญเรือน

ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์

คำพูดนี้เป็นคำที่พระพุทธเจ้าสอนนางวิสาขา
ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ นะ

คือนางวิสาขาเสียหลานไปคนหนึ่ง นางรักหลานคนนี้มาก
พระพุทธเจ้าก็ถามว่า ที่ร้องไห้เพราะอะไร
นางวิสาขาบอก เพราะหลานคนนี้ตาย
พระพุทธเจ้าถามอีกว่า หลานคนอื่นตาย ทำไมไม่เห็นร้องขนาดนี้
นางบอกว่า หลานคนนี้รักมาก เป็นแก้วตาดวงใจ
ท่านถามอีกว่า ถ้าสมมุติมีหลานที่นางวิสาขารักแบบนี้
แบบเดียวกันนี้ อีก ๑๐๐ คน จะไม่อกแตกตายเหรอ
นางวิสาขาก็คิดได้ว่า เออ... ใช่ มันเป็นไปได้ที่เราจะรักใครได้มากขนาดนี้

บางคนรักหมายิ่งกว่าผัว คือตัวความรักมันแสดงให้เห็นว่า
ไม่ว่าจะรักใคร จะรักอะไร มันคือความทุกข์
มันไปยึด รักแบบไปยึด ไม่ใช่รักแบบเมตตา

รักแบบเมตตาคือปรารถนาดี
รักแบบกรุณาคือมีความคิดอยากจะช่วย
รักแบบพลอยยินดีไปกับเขา อนุโมทนาไปกับเขาด้วย
รักแบบมีความเข้าใจ มีเหตุผล
คือทุกอย่างที่มาที่ไป เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นธรรมดา

ถ้ารักแบบนี้ จะหลุดพ้นจากความรักแบบยึด
จะเป็นรักแบบที่มีคนอื่นเป็นที่ตั้งของความรัก
ไม่ใช่ตัวเราเป็นที่ตั้งของความรัก


รักแล้วต้องร้องไห้ คือมีเราเป็นที่ตั้งของความรักนะ
มีตัวเราได้ประโยชน์จากความรัก
มีตัวเราเป็นผู้รับผลประโยชน์จากความรัก

แต่รักแบบมีคนอื่นเป็นที่ตั้งของความรักนี้ ผลประโยชน์ไปตกกับเขา
เราปรารถนาดีกับเขา อยากช่วยเขา พลอยยินดีไปกับเขา
เราเข้าใจเหตุ เข้าใจผล ที่เขาต้องเป็นไปอย่างหนึ่ง ๆ
เขาตายไปก็เข้าใจว่าถึงเวลาที่เขาต้องไป
ความรักแบบนั้นไม่ทำให้เราเป็นทุกข์ เพราะว่ารักแบบไม่ยึด


เป็นข้อสรุปที่พระพุทธเจ้าบอกนางวิสาขา
วิสาขา... มีรักหนึ่งก็ทุกข์หนึ่งนะ
มีรักสิบก็ทุกข์สิบ มีรักร้อยก็คือทุกข์ร้อย
แล้วถ้าหากว่าไม่มีรักเลย ก็ไม่มีทุกข์เลย

รักแบบโลก ๆ
แต่ถ้ารักด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
แบบนี้มีได้ไม่มีประมาณ
และก็เป็นสุขได้ไม่มีประมาณ

edit @ 25 May 2012 22:29:03 by LuVe ~

Comment

Comment:

Tweet

ความรักมันคือทุกข์...
แต่บางคนก็ยังอยากจะไขว่ขว้าง
ทั้งๆที่บางคน ก็รู้ว่ามันเป็นทุกข์ และบางคนก็ไม่รู้...
นี่ล่ะ คือกิเลส...
ซึ่งเราก็ยังหนีไม่ได้... angry smile   sad smile   big smile

#1 By ดาว... รัตกาล (103.7.57.18|115.67.0.93) on 2012-05-31 23:40

Recommend