AreURight

โดย ดังตฤณ

ที่มา http://dungtrin.com/mag/?23.prepare
 
ที่มา http://www.star4life.com/forum/index.php?topic=198.0
 
------------------------------------------------------
 
ถาม : จะมีวิธีสำรวจใจตัวเองไหมคะ ว่าเรารักใครจริงๆหรือเปล่า? ถามใจตัวเอง บางวันบอกว่ารัก บางวันบอกว่าเฉยๆ ไม่แน่ใจเลยว่าถ้าตอบรับไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า



ตอบ ตามหลักที่พระพุทธเจ้าประทานไว้นะครับ ความรักจะเกิดขึ้นได้ด้วยองค์ประกอบหลักสองประการ หนึ่งคือเคยอยู่ร่วมกันในกาลก่อน สองคือเกื้อกูลกันในปัจจุบัน เมื่อจับหลักอย่างนี้ก็สามารถเทียบเคียงกับภาคสนามได้ง่ายหน่อย คือเมื่อพบคนที่คุณ ‘สามารถรักได้’ ควรจะเกิดอาการต่างๆต่อไปนี้

๑) ความรู้สึกคุ้นเคยกันอย่างรวดเร็ว เหมือนรู้จักมักคุ้นอยู่ก่อน และพูดคุยสนิทสนมได้ง่าย เหมือนระบายได้ทุกเรื่อง นั่นเป็นวิบากของการอยู่ร่วมกันมานาน ก่อแรงดึงดูดเข้าหากัน อยู่ใกล้แล้วไม่รำคาญ แม้เหงาก็อบอุ่นเป็นสุขได้เพียงเมื่อคิดถึง และเท่าที่พบมา ต่อให้ธาตุนิสัยต่างกันเป็นตรงข้าม เช่น ใจร้อนกับใจเย็นมาเจอกัน ก็ไม่รู้สึกแปลกแยกต่อกัน ขอเพียงมีบุพเพสันนิวาสมาช่วย

การสำรวจใจด้วยเกณฑ์ข้อนี้ อย่างง่ายก็อาจลองจินตนาการดูว่าถ้าต้องไปอยู่กระต๊อบกับใครสักคน แล้วรู้สึกว่ารับได้ไหม เป็นไปได้ไหม หากสนิทใจพอ หรือกระทั่งนึกครึ้มคึกคักต่อยอด อยากหนีไปอยู่เกาะตามลำพังสองคน อันนั้นถือว่าผ่านมาตรฐานเบื้องต้น

อย่างไรก็ตาม ความรักที่แท้ต้องการความจริงเป็นเครื่องรับรอง ไม่ใช่แค่จินตนาการหรือฝันกลางวันเล่นๆ หากมีโอกาสร่วมสถานการณ์ลำบาก อยู่ในที่ที่ขาดความสุขสบาย แล้วยังรู้สึกดีกับการอยู่ร่วมกันได้ อันนั้นถือเป็นบทพิสูจน์ครับว่าเคย ‘อยู่ร่วมกันด้วยดี’ มาอย่างแน่นอน

๒) ความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใย คืออยากช่วยเหลือ อยากดูแล มีความเอาใจใส่โดยไม่ต้องฝืน นั่นเป็นเพราะเหตุที่เคยช่วยเหลือดูแลกันมาก่อน ย่อมชวนให้ผูกพันไยดี เท่าที่พบมา แม้ฝ่ายหนึ่งได้ชื่อว่าเห็นแก่ตัว ไม่เอาใคร แต่ก็เต็มใจเสียสละให้กับคู่บุญเก่าได้ เมื่อคอยเข้าไปดูแลสารทุกข์สุกดิบ ก็ได้ชื่อว่าปัจจุบันสร้างเหตุแห่งความรักไว้แล้ว

การสำรวจใจตนเอง ด้วยเกณฑ์ข้อนี้ ก็ขอให้รอดูเหตุการณ์จริง วัดใจกันในยามยาก หากเขาต้องการความช่วยเหลือไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ คุณเต็มใจแค่ไหน กระตือรือร้นในการช่วยปัดเป่าเท่ากับหรือยิ่งกว่าปัญหาของตัวเองไหม

ถ้า จะวัดใจให้สมบูรณ์แบบ ต้องดูทั้งสองฝ่ายนะครับ ไม่ใช่ฝ่ายเดียว การอยากอยู่ใกล้ การอยากดูแลช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน เป็นเครื่องชี้ชัดว่า ‘ร่วมบุญ’ กันมาจริง ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ‘ติดหนี้’ แค่ข้างเดียว

นอกจากนั้นต้องคำนึงด้วยว่าชีวิตหนึ่งๆเราอาจร่วม ชาติร่วมชายคา เป็นคู่ผัวตัวเมียกับใครได้มากกว่าหนึ่ง (แถมบางรายร่วมได้ทั้งสองเพศ!) ฉะนั้นก็อย่าแปลกใจหากคุณ ‘ปิ๊ง’ และ ‘เอาใจใส่’ ใครต่อใครได้หลายคน

โลกเต็มไปด้วยตัวเลือก โดยมีข้อจำกัดทางศีลธรรมว่าต้องเลือกอยู่กับใครคนหนึ่งเพียงคนเดียว ฉะนั้นหากต้องการสำรวจใจว่ารักใครที่สุด ก็ให้ดูว่าใจคุณ ‘อยากเลือก’ อยู่กับใครมากที่สุด

แน่นอนว่าด้วยความจำเป็นบางประการ อาจทำให้คุณต้องเลือกอยู่กับคนที่รักน้อยและตัดใจจากคนที่รักมาก นั่นก็เป็นเครื่องชี้ได้อย่างหนึ่งว่าแม้ทำบุญร่วมกันมาพอจะให้แสนรัก แต่ก็อาจมีบาปเก่าหรือบาปใหม่บางอย่างมาขวางไว้ไม่ให้สมหวัง เข้าทำนอง ‘รักมากแต่ไม่อยากอยู่ด้วย’ นั่นเอง

อีกประการหนึ่ง ภพชาติและการเวียนว่ายตายเกิดเป็นเรื่องสลับซับซ้อน ภูมิมนุษย์เป็นแค่ภาวะหนึ่งที่เราคุ้นเคย แต่ยังมีภาวะอื่นนอกเหนือจากนี้อีกมากมายมหาศาล หญิงชายไม่ได้เคยอยู่ร่วมกันแบบมนุษย์เท่านั้น ยังมีรูปแบบการครองคู่อีกหลายแบบหลายภาวะ ซึ่งก็อาจกำหนดความรู้สึกต่อกันในปัจจุบันได้อย่างสำคัญยิ่ง ที่จะกล่าวข้างล่างนี้ขอให้ถือเป็นเพียงเกณฑ์คร่าวๆนะครับ

หากเคย อยู่ร่วมกันมาบนสวรรค์ ความรู้สึกรักจะเป็นไปในแบบสูงส่ง อยู่ใกล้กันหรืออยู่ร่วมชายคาแล้วมักชวนให้นึกถึงการบุญการกุศล แม้แขกไปใครมาก็รู้สึกถึงกระแสความปลอดโปร่งและเปิดกว้างผิดจากบ้านเรือน ธรรมดา การมีน้ำใจเกื้อกูลจะไม่จำกัดเฉพาะในเรือน แต่จะขยายวงกว้างออกไปถึงวัด ถึงสถานสังคมสงเคราะห์ ถึงบ้านญาติ หรือบ้านใกล้เรือนเคียง นอกจากนั้นความซื่อสัตย์ต่อกันยังแตกต่างจากคู่อื่นๆ กล่าวคือต่อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเคยเจ้าชู้ คิดลอกแลกเขวง่าย เมื่อตีตราสมรสแล้วก็จะเหลือเพียงใจเดียวมั่นคง ผิดศีลข้อสามยากมาก

หาก เคยอยู่ร่วมกันในแดนเปรต ความรู้สึกรักจะเป็นไปในแบบลุ่มๆดอนๆ ปรองดองบ้าง ขัดแย้งบ้าง ภักดีบ้าง นอกใจบ้าง วันหนึ่งรักปานจะกลืน อีกวันหนึ่งเกลียดเข้ากระดูกดำ ทั้งที่ไม่มีเหตุผลอันสมควร เปรตจำนวนไม่น้อยถือกำเนิดด้วยความผูกพันกันในครั้งมนุษย์ เช่น ฆ่ากันตาย หรือฆ่าตัวตายร่วมกัน หรือถูกฆ่าพร้อมกันด้วยความพยาบาทอาฆาตศัตรู ความผูกพันอาลัยจะส่งผลให้รู้สึกแน่นแฟ้นในทางดี แต่โทสะอันเจืออยู่ในจิตก่อนดับก็ทำให้รุ่มร้อนและรู้สึกต่อกันในทางร้าย เป็นพักๆ เอาสุขเอาทุกข์แน่นอนไม่ได้

หากเคยอยู่ร่วมกันในหมู่ เดรัจฉาน ความรู้สึกจะเน้นหนักไปในทางเพศรส เข้าหากันแบบหน้ามืดตามัว ไม่สนใจเหตุผลและความถูกต้องใดๆ จากนั้นภายในเวลาอันสั้นจะเบื่อหน่ายกันและกันอย่างรวดเร็ว เบื่อแล้วเบื่อเลยราวกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน หรือคล้ายปลาทูเก่าค้างคืนที่ไม่อยากหวนกลับไปแตะต้องอีก ทำนองเดียวกับสัตว์นอกฤดูผสมพันธุ์ที่เหมือนลืมคู่ของตัวเองไปเลย แทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยมีอะไรกันมา

หากเคยอยู่ร่วมกันในโลกมนุษย์ ความรู้สึกรักจะเป็นไปตามพฤติกรรมในครั้งก่อน ถ้าโดยมากอยู่อย่างปรองดองจะรู้สึกเย็นและอยากคุยกันอย่างมีเหตุผล แต่ถ้าโดยมากอยู่อย่างขัดแย้งจะรู้สึกร้อนและอยากเอาอารมณ์เข้าว่า หรือหากตลอดชีวิตคิดแต่ในทางซื่อสัตย์จะรู้สึกเชื่อใจและไม่นึกระแวง แต่หากตลอดชีวิตคิดนอกใจกันเรื่อยๆก็จะเห็นเป็นอื่นและไม่เคยวางใจตอนคลาด สายตา ฯลฯ กล่าวโดยสรุปให้รวบรัดคือถ้าเคยอยู่ด้วยกันเมื่อครั้งเป็นมนุษย์ ก็อาจส่งผลได้เท่ากับหรือมากกว่าอยู่ร่วมกันเมื่อครั้งเป็นเทวดา เปรต หรือเดรัจฉานทั้งหมด ขึ้นกับว่ามีกรรมสัมพันธ์ร่วมกันแบบไหน

สำหรับ ภพของพรหมจะมีความเป็นเอกเทศ ต่างคนต่างอยู่ในฌาน ไม่ข้องเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์และการครองคู่ ส่วนนรกภูมิก็เป็นดินแดนเสวยโทษทัณฑ์เผ็ดแสบเผ็ดร้อนลูกเดียว ไม่มีการครองคู่ แต่อาจมีการเสวยโทษร่วมกัน ไม่มีโอกาสเป็นสุขร่วมกันเลย ฉะนั้นจึงต้องตัดผลของการเคยอยู่ร่วมกันในภูมิสูงสุดและต่ำสุด อันได้แก่พรหมและนรกออกไปเสีย เนื่องจากเป็นภูมิที่ไม่เอื้อให้เกิดใจผูกพันเยี่ยงคู่ครองเอาเลย

ไม่ ว่าจะเคยอยู่ร่วมกันมาในภพไหนแบบใด เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์แล้วในบัดนี้ ก็เป็นโอกาสพัฒนาความรู้สึกด้านดีที่มีต่อกันได้เสมอ กล่าวคือจะมีช่องว่างหรือรู้สึกรักมากรักน้อยแค่ไหนก็ตามที ขอเพียงตั้งอธิษฐานร่วมกัน หรือตกลงกันโดยวาจาว่าจะออมชอมในทางบุญทางกุศล ไม่ขัดใจกันด้วยการทำทาน กับทั้งพยายามรักษาศีลให้เสมอกัน ก็จะช่วยผูกความรู้สึกที่มีต่อกันแบบมนุษย์ชั้นสูงได้ในที่สุด

แต่ หากขัดใจกันทางธรรมะ ศรัทธาศาสดาคนละองค์ ขัดคอกันตอนทำทาน คิดนอกใจไม่ระวังรักษาศีล ไม่พูดจาส่งเสริมปัญญาด้วยเหตุด้วยผล เช่นนี้ต่อให้ครั้งหนึ่งเคยเสวยสุขร่วมกันบนสวรรค์ ความรู้สึกรักใคร่ก็ต้องพังครืนลงในวันหนึ่งระหว่างมีชีวิตมนุษย์ร่วมกันนี่ เอง

ทุกคนเชื่อผิดๆ หลงยึดจิตและความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง พอพบว่าไม่อาจบังคับควบคุมบงการให้รู้สึกนึกคิดตามต้องการ จึงเกิดความทุกข์ ความเศร้า ความเหงา ความหดหู่ ความไม่แน่ใจในอนาคต

แท้จริงจิตและ ความรู้สึกนึกคิดของพวกเราเป็นไปตามการควบคุมของกรรมวิบาก ทั้งกรรมเก่าและกรรมใหม่ร่วมมือกันปรุงแต่งให้เราคิดนึกกับเพศตรงข้ามไป ต่างๆนานา จะรักหรือไม่รัก จะรักมากหรือรักน้อย ล้วนต้องรอการอนุญาตจากกฎแห่งกรรมวิบากทั้งสิ้น

ที่คุณปิ๊งใครแบบ ฉับพลันทันที รู้สึกถึงแรงดึงดูดมหาศาล อยากถึงเนื้อถึงตัวกันเดี๋ยวนั้น แท้จริงอาจเป็นแรงส่งของกามในภพเดรัจฉานที่เคยอยู่ร่วมกันมา หาใช่ ‘บุญเก่า’ ที่เคยทำร่วมกันไม่ ในทางกลับกัน แม้วาระแรกอาจรู้สึกไม่ถูกชะตา ไม่นึกอยากใกล้ชิดกัน เพราะเคยลำบากร่วมกันในภพเปรต แต่ถ้าค่อยๆช่วยเหลือเกื้อกูล ค่อยๆทำดีต่อกัน สะสมกรรมสัมพันธ์ด้านสว่าง ด้านที่เป็นกุศลไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็เปลี่ยนความระคายสัมผัสเป็นสัมผัสที่เยือกเย็นและอ่อนโยนต่อกัน ได้ครับ

 
 

คนที่ใช่ ดูอย่างไรหนอ 

โดย คุณดังตฤณ
ที่มา http://howfarbooks.com/
จากนิตยสาร- ขวัญเรือน



วิธีเลือกเบื้องต้นเลย ให้ดูที่ความรู้สึก
คบกันแรก ๆ เขาให้ความรู้สึกอึดอัด หรือให้ความสบายใจ
ให้ความรู้สึกคุยกันได้ คุยกันไม่ได้ จนกระทั่งเมื่อคบ ๆ กันไปแล้ว
มีกิจกรรมทำร่วมกันเยอะไหม กิจกรรมร่วมกันแบบโลก ๆ เช่น
ไปเล่นกีฬาด้วยกัน เล่นเกมคอมพ์ด้วยกัน หรือไปเที่ยวด้วยกัน แฮปปี้ไหม

แล้วในขั้นที่สุด คนที่ใช่ต้องเป็นคนที่ทำบุญกับเราได้
บางคู่ทุกอย่างเข้ากันได้หมด แต่ยังมีความสงสัยว่า
เอ๊ะ...ขาดอะไรไป ซึ่งทำให้รู้สึกว่าไม่เต็มที่
ตรงนั้นผมชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่ขาดไปคือการร่วมบุญกัน

การร่วมบุญกันเป็นจุดสูงสุดเลยที่จะสร้างภาวะคู่ขึ้นมา
ที่เราเกิดเป็นมนุษย์ได้เพราะบุญ ที่เรารู้สึกดีได้ก็เพราะบุญ
เรามีอะไรดี ๆ ได้ก็เพราะบุญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ภาวะคู่นี้ สร้างขึ้นมาจากบุญ ไม่ได้สร้างขึ้นมาจากบาป
การพูด การคิด ทำอะไรร่วมกันที่เป็นไปในทางดี ทางกุศล
ไปในทางที่ให้ ที่สละออก นั่นเป็นเรื่องของบุญทั้งสิ้น
การรักษาศีลร่วมกันก็เป็นบุญ การมีความยินยอมพร้อมใจ
จะพัฒนาความเข้าใจในระดับสูง เช่น ไปปฏิบัติธรรมภาวนาก็เป็นบุญ

วิธีที่จะดูว่าคนนี้ใช่กับเราจริงหรือไม่จริง ดูตอนที่ไปทำบุญด้วยกัน
ทำแล้วเกิดความรู้สึกที่ดีไหม ก่อนไปทำ ทะเลาะกันหรือเปล่า
ระหว่างทางไป ทะเลาะกันหรือเปล่า หลังจากทำบุญ ทะเลาะกันหรือเปล่า
ผมเห็นจากประสบการณ์จริง ๆ เลยว่า บางคู่เข้ากันได้ทุกอย่าง
แต่พอไปทำบุญด้วยกัน แทบจะกระโดดกัดคอกัน
เหมือนกับเป็นข้อพิสูจน์กลาย ๆ ว่า ที่เคยทำมาด้วยกัน มันพอไหม
คู่ที่ทำบุญด้วยกันยังดีไม่พอ จะทะเลาะกันและขัดกัน
หรือเห็นไม่ตรงกันในการทำบุญ ในเรื่องของการไปศรัทธาพระ
ศรัทธาแนวทางการปฏิบัติตน อะไรต่อมิอะไรต่าง ๆ จะมีข้อขัดแย้ง

เรื่องนี้คนส่วนใหญ่มองว่า บุญเป็นของแถม
แต่ที่แท้ไม่ใช่ มันเป็นจุดกำเนิดของความรักเลย
จะเป็นความรักที่ยั่งยืนหรือไม่ยั่งยืน
เป็นความรักที่จะมีความร้าวฉาน หรือไม่ร้าวฉาน
วิธีการทำบุญร่วมกันบ่อย ๆ จะทำให้ต่างฝ่ายต่างเห็นสัมพันธภาพ
ที่จะเกิดขึ้นต่อไปว่าจะเป็นไปอย่างไร


ถ้าหากเลือกคนที่ใช่ได้ถูกตัวแล้ว ความรักมันเกิดที่ตรงนั้นแหละ
มาพร้อมกับใจของคุณที่เปิดรับคนที่ใช่

หลังจากเจอคนที่ใช่ คนที่ควรจะเป็นคู่รักของคุณแล้ว
อย่างไรล่ะ ที่จะเป็นลำดับต่อไป
ก็คือไม่ดูดาย ไม่ทอดหุ่ย
เพราะความรัก ทั้งหมดทั้งปวง ก็คือความรู้สึกนั่นแหละ
ความรู้สึกว่าใช่ ว่าเป็นสุข บรรเจิด เบิกบาน ทั้งหลายทั้งปวงคือความรู้สึก

ฉะนั้น ตั้งโจทย์ง่าย ๆ ว่า
ทำอย่างไร จึงจะรักษาความรู้สึกได้ตลอดไป

อันนี้เป็นโจทย์ข้อสำคัญมาก ซึ่งคนไม่ค่อยตั้งกัน
นึกว่ารักกันแล้ว ไว้ใจกัน ไม่มีอะไรที่จะต้องทำแล้ว
พูดง่าย ๆ ว่าไม่เติมอาหารเลี้ยงชีวิตความรักไว้ วันหนึ่งความรักก็ตาย

ฉะนั้น จึงต้องมีวิธีรักษาความรู้สึก ซึ่งมันจะมีแบบโลก ๆ เลย
ยกตัวอย่างที่ผมรู้สึกว่ามันเป็นไปในทางปฏิบัติมาก ๆ ก็คือว่า

อย่าเห็นความรู้สึกเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นเรื่องรอง
ให้เห็นเป็นความสำคัญอันดับแรก ๆ เลย
บางคนไปเน้นเฉพาะวันสำคัญ หรือเหตุการณ์ใหญ่ ๆ
จริง ๆ ไม่ใช่เลย เรื่องใหญ่ ๆ พวกนั้นไม่สำคัญ
เพราะสิ่งที่จะทำให้คนเราจดจำกันและกันได้นาน ๆ
สำคัญเลยก็คือความรู้สึกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวัน


พอเจอหน้ากัน ทักทายกันยังไง
เวลาอีกฝ่ายหนึ่งขอจับมือด้วย คุณทำยังไง
เวลาขอความช่วยเหลืออะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ คุณทำยังไง

แสดงให้เห็นน้ำใจที่แท้จริง

พลังจิตและความผูกพัน

ที่มา : fw.mail

แบบทดสอบพลังจิตชิ้นนี้แปลและเรียบเรียงใหม่มาจากอเมริกา
ให้เพื่อนๆลองทดสอบพลังจิตของตัวเองกันดูนะ


1.มีปาท่องโก๋ 1คู่ ปาท่องโก๋คุ่นี้วางอยู่ที่ไหน?
a.ร้ายขายกาแฟ
b.โรงอาหารโรงเรียน
c.บ้าน
d.โรงแรม

2.มีตะเกียบ1คู่ ตะเกียบคู่นี้กำลังถูกใช้คีบอะไร?
a.ลูกชิ้น
b.ผัก
c.ปลาทอด
d.เส้นก๋วยเตี๋ยว

3.ใครกำลั งกินขนมครก?
a.นักเรียน
b.แม่บ้าน
c. นักธุรกิจ
d.ศิลปิน

4.มีช้อนส้อม1คู่ ใครในครอบครัวคือเจ้าของช้อนส้อมคู่นี้?
a.ลูกชาย
b.ลูกสาว
c.พ่อ
d.แม่

5.คุณซื้อรองเท้ามา1คู่ รองเท้าคู่นี้ถูกซื้อมาจากที่ไหน?
a.ตลาดนัด
b.ริมทางเท้า
c.ร้ายขายรองเท้าโดยตรง
d.ห้างสรรสินค้า

6.นักเรียนกำลังใช้ยางลบ ลบรอยดินสอที่เขียนในสมุดวิชาใด ?
a.คณิตศาสตร์
b.ภาษาไทย
c.สังคมศึกษา
d.ศิลปศึกษา

7.มีสามี-ภรรยา 1คู่ สามี-ภรรยาคู่นี้แต่งงานกันมาแล้วกี่ปี?
a.15 ปี
b.18 ปี
c.22 ปี
d.25 ปี


8.นกที่กำลังโผบินในท้องฟ้า กำลังบินไปทิศใด?
a.เหนือ
b.ใต้
c.ตะวันออก
d.ตะวันตก

สรุปคะแนน


ข้อ1 a=10 /b=5 /c=1 /d=0


ข้อ2 a=10 /b=1 /c=5 /d=5


ข้อ3 a=5 /b=5 /c=1 /d=10


ข้อ4 a=10 /b=5 /c=5 /d=1


ข้อ5 a=5 /b=5 /c=1 /d=10


ข้อ6 a=0 /b=5 /c=10 /d=5


ข้อ7 a=1 /b=1 /c=10 /d=5


ข้อ8 a=5 /b=5 /c=10 /d=1


60-80 คะแนน = กลุ่ม A
45-59 คะแนน = กลุ่ม B
20-44 คะแนน = กลุ่ม C
19 หรือต่ำกว่า = กลุ่ม D


มาดูกันดีกว่าว่า เพื่อนๆอยุ่กลุ่มไหนกันบ้าง


กลุ่ม A พลังจิตที่ทำให้คุณผูกพันกับคนง่ายแต่ไม่นาน

พลังจิตที่ มีอยุ่ในตัวคุณช่วยเสริมให้คุณเป็นคนที่ช่างผูกพันกับผู้คนได้ง่ายเสียเหลือเกิน
แค่รู้จักพูดคุย คลุกคลีใกล้ชิดแม้เวลาจะไม่น่น นักคุณก้อจะรู้สึกคุ้นเคยผูกพันกับคนๆนั้นอยากเป็นเพื่อนที่สนิมมากกว่านี้รู้สึกดีงามกับเขาทั้งๆที่เขาอาจรู้สึกเฉยๆกับคุณแต่ความผูกพันที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้กลับไม่อยู่นานนักคุณก้อลือความผูกพันนั้นไปซึ่งไม่ใช่นิสัยที่ไม่ดีแต่อย่างใดเพราะเท่ากับว่ามันช่วยทำให้คุณไม่ต้องรู้สึกผูกพันกับคนที่ไม่จริงใจกับคุณ


กลุ่ม B พลังจิตดึงดูดให้คนผูกพันกับคุณ


พลังจิตที่มีอยุ่ในตัวคุณช่วยดึงดูดคนให้เกิดความผูกพันกับคุณจนคุณรู้สึกแปลกใจอยู่บ่อยๆ แม้ว่าคุณจะรู้จักกับคนนั้นๆไม่นาน เขาก้อจะแสดงให้เห็นถึงความผูกพันที่มีต่อคุณโดยคุณอาจจะยังไม่รู้สึกผูกพันอะไรมากนักรวมไปถึงเพื่อนใกล้ตัวหรือคนรักที่เมื่อคบกัน
เขาก้อจะมีความผูกพันกับคุณ ซึ่งถือว่าเป็นโชคดีของคุณเลยทีเดียวที่ใครๆก้อมอบความรู้สึกดีๆ ที่เรียกว่า "ความผูกพัน" นั้นให้คุณ


กลุ่ม C พลังจิตทำให้คุณผูกพันกับคนนาน


พลังจิตที่มีอยู่ในตัวคุณช่วยเสริมให้เมื่อคุณผูกพันกับใครแล้วก้อจะมีความผูกพันที่ยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นความผูกพันของเพื่อน เช่นแม้จะเป็นเพื่อนเก่าที่จากกันแต่คุณก้อยังรู้สึกผูกพันจะติดต่อเพื่อสานความสัมพันธ์นั้นไว้ไม่ให้จางหาย หรือแม้จะเป็นเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี แต่คุณก้อรำลึกถึงเขาเสมอหากคุณกลับมาเจอกันความผูกพันนั้นก้อไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

กลุ่ม D พลังจิตทำให้คุณผูกพันกับคนยาก


พลังจิตที่มีอยู่ในตัวคุณทำให ้คุณไม่ค่อยจะรู้สึกผูกพันกับใครๆง่ายนัก แต่ไม่ใช่ว่าคุณจะไม่ผูกพันกับใครเลยหากว่าระยะเวลาในการคบกันยาวนานและได้ทำกิจกรรมหลายอย่างและมีประสบการณ์ร่วมกันคุณก้อจะผูกพันกับเขาได้ และคุณก้อเลือกที่จะผูกพันมากเฉพาะกับบางคนเช่นถ้าเพื่อนในกลุ่มมี 6 คน คุณอาจจะสนิทกับทุกคนก้อจริง แต่คุณจะผูกพันเป็นพิเศษกับเพื่อนบางคนเท่า
นั้นใครที่คุณผูกพันด้วยจึงถือว่าโชคดีเหลือเกิน

Recommend