จากเป็น จากตาย

posted on 02 Jun 2012 23:04 by luve in StoryInLove

จากเป็น จากตาย 

โดย คุณดังตฤณ
ที่มา http://howfarbooks.com/
จากนิตยสาร- ขวัญเรือน



ธรรมชาติของชีวิตมนุษย์อีกขั้นหนึ่ง
ต่อให้คุณรักษาความรักไปได้จนกระทั่งแก่เฒ่า
ในที่สุด คุณก็ต้องตายจากกัน


คนเรามักจะกลัวกันว่าจะไปกันไม่ได้
เดี๋ยวอยู่ด้วยกันปีสองปีก็ต้องเลิกกัน มัวแต่ระแวงอยู่แค่นี้
แต่จริง ๆ จะมีสักกี่คนที่ตระหนักตั้งแต่เริ่มเลยว่า

ความรักครั้งนี้ เป็นไปเพื่อจุดจบ ไม่ใช่เพื่อเป็นอมตะ
การจากกันเป็นองค์ประกอบหนึ่งของความรัก


แม้กระทั่งที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า
ความรักจะเกิดด้วยเหตุ ๒ ประการ
คือเคยอยู่ร่วมกันในกาลก่อน ก็คืออยู่ในปัจจุบัน
ถ้าหากว่าไม่เคยมีอดีตชาติ จะเกิดความรักได้ยังไง
มันเป็นองค์ประกอบของความรัก

เพราะฉะนั้น การตายจากกัน คือส่วนหนึ่งของความรัก
ถ้าไม่ตายจากกัน ก็ไม่มีอดีตชาติ
แต่ถ้าจากกันเป็น ความรักจะไม่ตาย


เพราะแม้กระทั่งคุณอยู่ด้วยกันไม่ได้
แต่ถ้าหากมีวิธีจากกันด้วยดี มีความเข้าใจ
เห็นค่าของการจากกันอย่างถูกต้อง
ก็สามารถกลับมาอยู่ด้วยกันได้ใหม่

แต่ถ้าหากจากกันไม่เป็น บางทีมันเผาทุกอย่างทิ้งหมดเลยนะ
ไม่เหลือเชื้อที่จะกลับมาต่อกันติดได้อีก
และธรรมชาติของคน เมื่ออยู่ด้วยกันนาน ๆ
ย่อมมีแรงผลักเกิดขึ้นเป็นธรรมดา เกิดความเบื่อ เกิดความขัดแย้ง
เพราะฉะนั้น แรงผลัก พอสะสมตัวมากขึ้น ก็ต้องแยกออกจากกัน
แต่ตอนแยกออกจากกัน ถ้าเรามีวิธีที่ดีพอ
ก็สามารถกลับมาดึงดูดกันใหม่ได้

ธรรมชาติของทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล
มีดูดเข้าหากันและผลักออกจากกันตลอดเวลา
ความรักก็เช่นกัน มันไม่ใช่ดูดเข้าหากันอย่างเดียว
ถ้าคุณไม่รู้วิธีที่จะรักษาความรู้สึกไว้
วันหนึ่ง มันต้องแยกจากกัน
หรือต่อให้คุณรู้วิธีรักษาความรู้สึกไว้ตลอดรอดฝั่ง
วันหนึ่ง ก็ต้องตายจากกันอยู่ดี
แต่จากกันเป็นนั่นแหละ ที่จะรักษาความรักไว้ไม่ให้ตายตาม

และเมื่อคุณพร้อมที่จะตายจากกัน หรือแยกจากกัน
แต่โจทย์มีอยู่ว่า ถ้าคุณเข็ดขึ้นมาล่ะ คุณไม่อยากเจออะไรแบบนี้อีก

สุดท้ายคือ มีอีกวิธีหนึ่ง
ที่คุณจะได้ไม่ต้องจากกันอีก
ก็คือเจอกันในนิพพาน


แล้ววิธีเจอกันในนิพพาน
คุณต้องสามารถที่จะรู้จักความสุขที่เกิดจากการไม่มีตัวตน
ความสุขที่เกิดจากการยกระดับรักขึ้นมา
จากรักแบบโลก ๆ รักแบบหลง ๆ ให้รักแบบที่ไม่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน
รักแบบสามารถมีความกรุณาอยากช่วยเหลือกัน สามารถยินดีต่อกัน
แม้กระทั่งว่าเลิกกันไปแล้ว ก็สามารถยินดีกับเขาได้
เมื่อได้ข่าวว่าเขาประสบความสำเร็จรุ่งเรือง
หรือแม้กระทั่งคนรักของคุณตายไปด้วยสภาพน่าอเนจอนาถ
ก็มีเหตุผลมากพอที่จะบอกตัวเองได้ว่า
นี่เป็นกรรมของเขา ไม่ใช่สิ่งที่เราจะไปยื้ออะไรได้

ถ้าใจคุณเป็นกลางมากพอ ถ้าใจคุณรักอีกแบบหนึ่งเป็น
คุณพร้อมที่จะยกระดับจิตขึ้นไปสูงกว่านั้นอีก
ก็คือ มองเห็นว่าทั้งหลายทั้งปวงมีแค่เหตุแค่ผล
เมื่อมีเกิด ต้องมีดับ เมื่อมีพบกัน ต้องมีการพรากจากกัน

ถ้าหากว่าคุณจะออกจากกฎระเบียบเหล่านี้
คุณต้องไม่ติดกับหมุดยึด หมุดยึดสำคัญคือกาม


คุณสละกามได้ คุณเห็นอะไรที่เป็นความจริง
ว่าทั้งหลายทั้งปวงเกิดขึ้นแล้วต้องดับไปเป็นธรรมดา เพราะมันไม่ใช่ตัวตน
ในที่สุดจิตของคุณจะหลุดจากความยึดติดถือมั่นหรืออุปาทาน
ว่านี่เป็นตัวเป็นตน นี่เป็นคู่ของเรา นี่เป็นตัวที่เราสามารถบังคับได้
ในที่สุด คุณจะพบกับอะไรอีกอย่างหนึ่งที่พ้นมาจากตัวตนแบบนี้

นี่คือข้อสรุปของรักแท้มีจริง
รักแท้ที่จริง สามารถที่จะรักโดยไม่ต้องมีกามมาล่อ
รักได้โดยไม่ต้องรู้ว่าคนคนนี้ทำอะไรให้เราเดือดร้อนหรือเปล่า
ทำความเจ็บแค้นให้เราหรือเปล่า
คือสามารถรักได้ ขอให้เป็นสิ่งมีชีวิตเถอะสามารถรักได้หมด
และสามารถเห็นได้หมดว่า
ทั้งหลายทั้งปวงเป็นแค่เหตุแค่ผลชั่วคราว
เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นอย่างหนึ่ง มีผลตั้งอยู่ไประยะหนึ่ง
แล้วเดี๋ยวก็ต้องดับไป ไม่มีตัวตนที่แท้จริง

ตัวนี้แหละ ความรักที่เกิดขึ้นจาก
จิตใจที่เข้าใจอะไรอย่างแท้จริงถ่องแท้
เป็นสิ่งที่จะทำให้คุณมีความสุขนิรันดร์

edit @ 20 Jun 2012 10:26:40 by LuVe ~

คนที่ใช่ ดูอย่างไรหนอ 

โดย คุณดังตฤณ
ที่มา http://howfarbooks.com/
จากนิตยสาร- ขวัญเรือน



วิธีเลือกเบื้องต้นเลย ให้ดูที่ความรู้สึก
คบกันแรก ๆ เขาให้ความรู้สึกอึดอัด หรือให้ความสบายใจ
ให้ความรู้สึกคุยกันได้ คุยกันไม่ได้ จนกระทั่งเมื่อคบ ๆ กันไปแล้ว
มีกิจกรรมทำร่วมกันเยอะไหม กิจกรรมร่วมกันแบบโลก ๆ เช่น
ไปเล่นกีฬาด้วยกัน เล่นเกมคอมพ์ด้วยกัน หรือไปเที่ยวด้วยกัน แฮปปี้ไหม

แล้วในขั้นที่สุด คนที่ใช่ต้องเป็นคนที่ทำบุญกับเราได้
บางคู่ทุกอย่างเข้ากันได้หมด แต่ยังมีความสงสัยว่า
เอ๊ะ...ขาดอะไรไป ซึ่งทำให้รู้สึกว่าไม่เต็มที่
ตรงนั้นผมชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่ขาดไปคือการร่วมบุญกัน

การร่วมบุญกันเป็นจุดสูงสุดเลยที่จะสร้างภาวะคู่ขึ้นมา
ที่เราเกิดเป็นมนุษย์ได้เพราะบุญ ที่เรารู้สึกดีได้ก็เพราะบุญ
เรามีอะไรดี ๆ ได้ก็เพราะบุญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ภาวะคู่นี้ สร้างขึ้นมาจากบุญ ไม่ได้สร้างขึ้นมาจากบาป
การพูด การคิด ทำอะไรร่วมกันที่เป็นไปในทางดี ทางกุศล
ไปในทางที่ให้ ที่สละออก นั่นเป็นเรื่องของบุญทั้งสิ้น
การรักษาศีลร่วมกันก็เป็นบุญ การมีความยินยอมพร้อมใจ
จะพัฒนาความเข้าใจในระดับสูง เช่น ไปปฏิบัติธรรมภาวนาก็เป็นบุญ

วิธีที่จะดูว่าคนนี้ใช่กับเราจริงหรือไม่จริง ดูตอนที่ไปทำบุญด้วยกัน
ทำแล้วเกิดความรู้สึกที่ดีไหม ก่อนไปทำ ทะเลาะกันหรือเปล่า
ระหว่างทางไป ทะเลาะกันหรือเปล่า หลังจากทำบุญ ทะเลาะกันหรือเปล่า
ผมเห็นจากประสบการณ์จริง ๆ เลยว่า บางคู่เข้ากันได้ทุกอย่าง
แต่พอไปทำบุญด้วยกัน แทบจะกระโดดกัดคอกัน
เหมือนกับเป็นข้อพิสูจน์กลาย ๆ ว่า ที่เคยทำมาด้วยกัน มันพอไหม
คู่ที่ทำบุญด้วยกันยังดีไม่พอ จะทะเลาะกันและขัดกัน
หรือเห็นไม่ตรงกันในการทำบุญ ในเรื่องของการไปศรัทธาพระ
ศรัทธาแนวทางการปฏิบัติตน อะไรต่อมิอะไรต่าง ๆ จะมีข้อขัดแย้ง

เรื่องนี้คนส่วนใหญ่มองว่า บุญเป็นของแถม
แต่ที่แท้ไม่ใช่ มันเป็นจุดกำเนิดของความรักเลย
จะเป็นความรักที่ยั่งยืนหรือไม่ยั่งยืน
เป็นความรักที่จะมีความร้าวฉาน หรือไม่ร้าวฉาน
วิธีการทำบุญร่วมกันบ่อย ๆ จะทำให้ต่างฝ่ายต่างเห็นสัมพันธภาพ
ที่จะเกิดขึ้นต่อไปว่าจะเป็นไปอย่างไร


ถ้าหากเลือกคนที่ใช่ได้ถูกตัวแล้ว ความรักมันเกิดที่ตรงนั้นแหละ
มาพร้อมกับใจของคุณที่เปิดรับคนที่ใช่

หลังจากเจอคนที่ใช่ คนที่ควรจะเป็นคู่รักของคุณแล้ว
อย่างไรล่ะ ที่จะเป็นลำดับต่อไป
ก็คือไม่ดูดาย ไม่ทอดหุ่ย
เพราะความรัก ทั้งหมดทั้งปวง ก็คือความรู้สึกนั่นแหละ
ความรู้สึกว่าใช่ ว่าเป็นสุข บรรเจิด เบิกบาน ทั้งหลายทั้งปวงคือความรู้สึก

ฉะนั้น ตั้งโจทย์ง่าย ๆ ว่า
ทำอย่างไร จึงจะรักษาความรู้สึกได้ตลอดไป

อันนี้เป็นโจทย์ข้อสำคัญมาก ซึ่งคนไม่ค่อยตั้งกัน
นึกว่ารักกันแล้ว ไว้ใจกัน ไม่มีอะไรที่จะต้องทำแล้ว
พูดง่าย ๆ ว่าไม่เติมอาหารเลี้ยงชีวิตความรักไว้ วันหนึ่งความรักก็ตาย

ฉะนั้น จึงต้องมีวิธีรักษาความรู้สึก ซึ่งมันจะมีแบบโลก ๆ เลย
ยกตัวอย่างที่ผมรู้สึกว่ามันเป็นไปในทางปฏิบัติมาก ๆ ก็คือว่า

อย่าเห็นความรู้สึกเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นเรื่องรอง
ให้เห็นเป็นความสำคัญอันดับแรก ๆ เลย
บางคนไปเน้นเฉพาะวันสำคัญ หรือเหตุการณ์ใหญ่ ๆ
จริง ๆ ไม่ใช่เลย เรื่องใหญ่ ๆ พวกนั้นไม่สำคัญ
เพราะสิ่งที่จะทำให้คนเราจดจำกันและกันได้นาน ๆ
สำคัญเลยก็คือความรู้สึกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวัน


พอเจอหน้ากัน ทักทายกันยังไง
เวลาอีกฝ่ายหนึ่งขอจับมือด้วย คุณทำยังไง
เวลาขอความช่วยเหลืออะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ คุณทำยังไง

แสดงให้เห็นน้ำใจที่แท้จริง

เสน่ห์ที่สร้างได้

posted on 02 Jun 2012 22:52 by luve in Other

เสน่ห์ที่สร้างได้

 
โดย คุณดังตฤณ
ที่มา http://howfarbooks.com/
จากนิตยสาร- ขวัญเรือน
 


หนังสือพวกแฟชั่นจะแนะนำในเรื่องของภายนอก
เปิดอ่านดูกี่เล่ม ๆ เหมือนกันหมด
ผมเคยอ่านหนังสือของจูเลีย โรเบิร์ตส์
เขาบอกว่า วิธีที่คุณจะล่อตาล่อใจชายที่คุณสนใจคือ
คุณต้องไปทำนมหกใส่เขา
ต้องใส่กระโปรงผ่าไปนั่งให้เขาเห็นอะไรวับ ๆ แวม ๆ
นี่เป็นไอเดียคนดังระดับโลกนะ

แต่ผมว่า การที่คนคนหนึ่งจะมีเสน่ห์
ต้องออกมาจากจิตแบบหนึ่ง
แยกแยะให้เห็นเลยว่า เสน่ห์จากบุญเก่า
ที่ทำให้มีรูปร่างหน้าตาดี มีเสียงไพเราะ
อันนั้นเรียกว่า แรงดึงดูดให้คนเข้ามาติด
แต่ติดแล้ว ข้างในของเรามันผลักออกหรือว่าดูดให้ยั่งยืน
ต่อให้คุณหน้าตาไม่ดี ฐานะยากจน คุณก็สามารถมีเสน่ห์ได้
หากคุณทำตัวเป็นเครื่องทำความเย็นให้กับโลก


ทุกคนอยากจะอยู่ในที่เย็น อยากเจอศาลาพักร้อน
แต่จะมีใครสักกี่คนยินยอมพร้อมใจจะทำตัวเป็นศาลาพักร้อน
เพราะคนเราโดยความคิดพื้นฐานมีแต่จะเอา
มีแต่จะให้คนอื่นเป็นศาลาพักร้อน
ซึ่งการเป็นศาลาพักร้อนสามารถทำได้ง่ายเลยนะ
คือใช้โทสะ ที่คุณมีอยู่นั่นแหละให้เกิดประโยชน์ เช่น
ถ้าหมั่นไส้ใคร แทนที่จะไปเล็งคนที่คุณหมั่นไส้อยู่ ให้มาดูความหมั่นไส้แทน
ถ้าโกรธ แทนที่จะไปคิดถึงคนที่คุณโกรธ มาดูความโกรธของตัวเองแทน
เห็นทั้งความหมั่นไส้ ทั้งความโกรธ ว่าเป็นแค่อะไรที่รบกวนจิตใจคุณเอง
จิตของคุณจะฉลาดและสามารถทิ้งความหมั่นไส้
ความโกรธ ความอาฆาตพยาบาท ได้เอง
เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ว่า คุณโกรธแล้วจะไปทำให้ศัตรูคุณพินาศวอดวายเสมอไป
แต่จิตใจของคุณเองนั่นแหละ ที่จะพังก่อนคนอื่น

พูดง่าย ๆ ว่า ถ้าสร้างเสน่ห์ทางจิตได้ คุณจะเป็นคนมีเสน่ห์แน่นอน
แต่ก็ยังมีรายละเอียดอื่นอีก อย่างเสน่ห์ประจำเพศ
เสน่ห์อย่างชายเป็นยังไง เสน่ห์อย่างหญิงเป็นยังไง
ทุกคนไปคิดถึงเรื่องทางเพศกันหมดเลย แต่ไม่รู้ว่า
เสน่ห์อย่างชายที่แท้จริง ต้องมีความเป็นที่พึ่งได้ มีความเป็นผู้นำได้
เสน่ห์อย่างหญิง ต้องมีความเป็นที่ฝากใจได้ มีความสามารถที่จะดูแลได้


เรื่องพวกนี้ไม่ได้ขัดกับคอมมอนเซนส์
คนรู้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าไม่มีการนำมารวบรวม
นำมาปะติดปะต่อขึ้นมาเป็นวิธีสร้างเสน่ห์ที่ได้ผลจริง ๆ
ไม่ต้องแข่งกันเรื่องศัลยกรรม ไม่ต้องแข่งกันเรื่องเมคอัพ
แต่แข่งกันเรื่องการทำศัลยกรรมทางจิต
และเมื่อคุณมีเสน่ห์ แน่นอนต้องมีคนเข้ามาหาคุณ

Recommend